ดูปองท์และมูลนิธิที่อยู่อาศัยจัดพิธีมอบอาคารนวัตกรรมโพลิเมอร์ “ศูนย์การเรียนรู้” จ.พระนครศรีอยุธยา

PolymerHouse_01
น.สพ.สมชาย เลาห์วีระพานิช (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด นาย ชำนาญ วังตาล (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัย ส่งมอบอาคารนวัตกรรม “ศูนย์การเรียนรู้” ซึ่งดูปองท์ให้การสนับสนุน ให้โรงเรียนวัดม่วงหวาน จ.อยุธยา โดยมีผู้บริหารของทางจังหวัดและชุมชนร่วมในพิธีรับมอบ

พระนครศรีอยุธยา, 21 มีนาคม 2556 : บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อนโยบายช่วยเหลือสังคมโดยให้การสนับสนุนมูลนิธิที่อยู่อาศัยสร้างอาคาร อเนกประสงค์ 2 หลังบนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยใน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกเพื่อเป็นศูนย์อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือประชาชนในยามที่เกิดอุทกภัยและใช้ประโยชน์อื่นๆ ในยามสถานการณ์ปกติ  หลังจากที่ได้จัดพิธีมอบอาคารหลังแรกที่สร้างเป็น “ศูนย์สุขภาพชุมชน” ในเทศบาลตำบลบางระกำเมืองใหม่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ในครั้งนี้ ได้จัดส่งมอบอาคารหลังที่สองซึ่งสร้างเป็น“ศูนย์การเรียนรู้” ให้กับโรงเรียนวัดม่วงหวาน ต.มหาพราหมณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาให้กับนักเรียน และสามารถใช้เป็นศูนย์ประสานงานหากเกิดอุทกภัย

นายสัตวแพทย์สมชาย เลาห์วีระพานิช  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “บริษัทดูปองท์มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนโครงการช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ ทั้งในด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขอนามัยและความปลอดภัยของชุมชน และหลังจากที่ประเทศไทยเผชิญมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี พ.ศ.2554 เป็นต้นมา บริษัทดูปองท์ (ประเทศไทย) ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานภาคพื้นเอเชียตะวันออกและสำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์มหา อุทกภัยเมื่อปลายปี พ.ศ. 2554  จึงได้บริจาคเงินสนับสนุนนี้ให้กับมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อดำเนินการก่อ สร้างอาคารอเนกประสงค์ในเขตพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย”

สำหรับอาคาร 2 หลังที่มูลนิธิที่อยู่อาศัยได้ดำเนินการก่อสร้างนี้ ถือเป็นนวัตกรรมอาคารโพลิเมอร์แห่งแรกในเอเชีย ซึ่งทางดูปองท์ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรธุรกิจของดูปองท์ในประเทศเม็กซิโก ในการช่วยจัดหาวัสดุโพลิเมอร์และได้ให้การสนับสนุนส่งเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค เข้ามาให้คำปรึกษาระหว่างการก่อสร้าง ข้อโดดเด่นของการก่อสร้างจากวัสดุโพลิเมอร์อัดคอนกรีตภายในนี้นอกจากจะ สามารถก่อสร้างได้เสร็จอย่างรวดเร็วแล้ว ยังมีความแข็งแรงทนทาน ทนทานต่อสารเคมีและความร้อนได้ดี ง่ายต่อการทำความสะอาดและดูแลรักษ และมีความสวยงามโดยไม่ต้องทาสีเพิ่มหลังสร้างเสร็จ และที่สำคัญคือวัสดุโพลีเมอร์นี้เป็นนวัตกรรมที่ยั่งยืน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุก่อสร้างโดยทั่วไปแล้ว ระบบนี้จะก่อให้เกิดวัสดุที่ต้องทิ้งหลังการก่อสร้างน้อยกว่า รวมถึงช่วยประหยัดน้ำพลังงานมากกว่าด้วย

นายชำนาญ  วังตาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัย กล่าวว่า “มูลนิธิที่อยู่อาศัยได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารทั้งสองหลังนี้ โดยเลือกพื้นที่ก่อสร้างใน อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกและอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะน้ำท่วมปลายปี พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ได้ลงสำรวจพื้นที่ทั้งสองอำเภอนี้ในขณะที่น้ำท่วมสูงเพื่อหาทางช่วยบรรเทา ทุกข์ พบว่าประชาชนมีความยากลำบาก ต้องอพยพมาอยู่ริมถนน บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมสูงเป็นเวลานาน  และหลังจากที่น้ำลด  แม้ว่ามูลนิธิฯ จะได้เข้าให้ความช่วยเหลือในการซ่อมแซมและสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครัวเรือน ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยารวมกว่า 500 ครัวเรือน เฉพาะในพื้นที่  อ.บางบาล มีมากกว่า 60 ครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือ แต่นับว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ซึ่งการได้รับความสนับสนุนจากบริษัทดูปองท์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ชาวบางบาลได้รับประโยชน์จากอาคารหลังนี้ที่จะจัดตั้งเป็น ‘ศูนย์การเรียนรู้’ ซึ่งทางโรงเรียนวัดม่วงหวานจะเป็นผู้เข้ามารับผิดชอบดูแลอาคารแห่งนี้ต่อไป”

ด้านนายมาณพ ใจประดับเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดม่วงหวาน กล่าวว่า “ทางโรงเรียนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทดูปองท์และมูลนิธิที่อยู่ อาศัยเข้ามาให้ความช่วยเหลือสร้างอาคารหลังนี้ นับว่าจะช่วยให้เด็กนักเรียนมีสถานที่ทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ได้มากขึ้น”

บรรยากาศภายในงานงานเริ่มจากการแสดงต้อนรับจากนักเรียนโรงเรียนวัดม่วง หวาน หลังจากนั้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัย นายชำนาญ วังตาล กล่าวต้อนรับ และกรรมการผู้จัดการ ดูปองท์ ประเทศไทย (จำกัด) นายสัตวแพทย์สมชาย   กล่าวรายงานโครงการ  โดยได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายทวี นริสศิริกุล กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีแก่ชาวบางบาลผู้ได้รับประโยชน์จากอาคารหลังดัง กล่าวก่อนทำพิธีเปิดงานด้วยการตัดริบบิ้น และเดินชมอาคารหลังใหม่โดยมี นายมาณพ ใจประดับเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดม่วงหวานเป็นผู้นำชม

พร้อมกันนี้ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้นำพนักงานร่วมกิจกรรมซีเอสอาร์ ทาสีสนามเด็กเล่นและจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ โดยการเล่านิทานให้กับเด็กนักเรียนในวันดังกล่าวด้วย

อาคารนวัตกรรมโพลิเมอร์เพื่อชุมชน 2 หลัง ที่ทางมูลนิธิที่อยู่อาศัยได้สร้างขึ้นโดยความสนับสนุนของดูปองท์นั้น ตั้งอยู่ในที่ทำการสำนักงานเทศบาลตำบลบางระกำเมืองใหม่ จ.พิษณุโลก เพื่อใช้เป็นศูนย์สุขภาพชุมชน ส่วนอาคารหลังที่ 2 ที่ได้จัดพิธีส่งมอบนี้ ตั้งอยู่ในโรงเรียนวัดม่วงหวาน หมู่ที่ 6 บ้านเชือก ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เป็นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน  อาคารทั้งสองหลังตั้งบนพื้นที่สูงทำให้สามารถใช้เป็นศูนย์อำนวยความสะดวกใน การบริหารจัดการยามที่เกิดอุทกภัยได้อีกทางหนึ่งด้วย

                                                                                     ###

เกี่ยวกับบริษัทดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด

ดูปองท์ (NYSE: DD) เป็นบริษัทที่นำวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมระดับโลกมาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรม ด้านผลิตภัณฑ์ วัสดุ และบริการ ตั้งแต่ปี 2345 (ค.ศ.1802) เรามีความเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือกับลูกค้า หน่วยงานรัฐ เอ็นจีโอ

และผู้นำทางความคิด เราจะสามารถค้นพบโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโลกนี้ ในการจัดหาอาหารที่เพียงพอและมีประโยชน์สำหรับผู้คนทั่วโลก การลดการพึ่งพิงต่อเชื้อเพลิงฟอสซิล และการปกป้องชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดูปองท์และนวัตกรรมของดูปองท์ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซท์ www.dupont.com

เกี่ยวกับมูลนิธิที่อยู่อาศัย

มูลนิธิที่อยู่อาศัย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2541 มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการสร้างบ้านและพัฒนาชุมชน โดยร่วมกับพันธมิตรที่มีความมุ่งหมายเดียวกันในการนำการพัฒนาแบบองค์รวมและ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าการมอบโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ช่วยกระตุ้นการเพิ่มพูนรายได้ของครอบครัว เอื้อต่อการศึกษาของเยาวชน สร้างเสริมสุขอนามัย และนำให้เกิดการบูรณาการทางสังคม และเพื่อตอบสนองตามความจำเป็นของครอบครัวและชุมชน เรายังนำความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ จัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับคนในชุมชน สนับสนุนการทำธุรกิจตามบ้าน สร้างศูนย์อนามัย ห้องสมุด ศูนย์ชุมชนและอื่นๆ

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิที่อยู่อาศัยได้ให้ความช่วยเหลือคนไทยกว่า 9,000 ครัวเรือนในการสร้างและซ่อมแซมบ้านที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลายเป็นบ้านที่น่า อยู่ มีความมั่นคง ปลอดภัย กว่า 36,000 คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขอนามัยที่ดี  มีโอกาสในการพัฒนาการศึกษาของลูกหลานที่นำไปสู่การการยกระดับคุณภาพชีวิตใน ด้านอื่นๆ ต่อไป และหลังเกิดอุทกภัยในปี พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา มูลนิธิที่อยู่อาศัยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยทำงานประสานกับ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อระดมความสนับสนุนด้านเงินทุนและวัสดุก่อ สร้าง พร้อมกับนำอาสาสมัครร่วมฟื้นฟู ซ่อมแซมและสร้างบ้านหลังใหม่ จนสามารถนำความช่วยเหลือไปถึงผู้สบอุทกภัยรวมกว่า 1,200 ครัวเรือนและโรงเรียนได้รับการฟื้นฟู 29 แห่ง สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้กับผู้ที่ผ่านความทุกข์จากอุทกภัยให้กลับมาดำเนิน ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

                                                      สร้างบ้าน....พัฒนาชุมชน....เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย